ความรู้สึกอดีตพนักงานทีวีเสรี

•พฤศจิกายน 10, 2008 • ให้ความเห็น

itv2

เป็นการศูนย์เสียองค์กรหรือสถาบันที่มีอิทธิพลทางความคิด ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเอกชนอย่างตรงไปตรงมามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่พึงจะหาได้ในโลกอันเสรี  และนับว่าเป็นการศูนย์เสียสถาบันหรือโรงเรียนแห่งวิชาชีพของสื่อมวลชนไป ที่จะผลิตนักสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพสู่ตลาด ซึ่งปัจจุบันนี้ในประเทศไทยไม่มีอีกแล้ว นับจากที่เคยมีหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ที่เคยเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน แต่ตอนนี้สยามรัฐเหลือแต่ชื่อ เฉกเช่นเดียวกันกับไอทีวีในตอนนี้ก็เหมือนสยามรัฐในปัจจุบัน ก็คงเหลือแต่ชื่อที่ไม่สามารถต่อรองหรือถวงดุลอำนาจมืดได้ ในยุคประชาธิปไตยที่ต้องนับหนึ่งใหม่ตลอด แต่ด้วยจิตวิญญาณของสื่อมวลฃนก็ต้องคงดำรงอยู่ต่อไป ถืงแม้ว่ามันจะไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมในทางที่ดีขึ้น พวกเราอดีตพนักงานไอทีวี ทีวีที่เคยเสรี พวกเราก็จะยืนหยัดเพื่อรอวันฟ้าใส รอวันที่ประชาธิปไตยเบ่งบานอีกครั้ง อันตัวเราอดีตพนักงานไอทีวีไม่เคยเสียดายไม่เคยเสียใจกับชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับพวดเรา แต่สิ่งที่เราเสียดาย เสียใจกับ…. สถาบันอันเป็นที่พึ่งของประชาชนคนไทยต้องสลายไปเพราะแค่บุคคลกลุ่มหนึ่งที่จะต้องการเอาชนะโดยไม่ได้คำนึงถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วทีวีสาธาณะก็แค่ลมปาก…………

อดีตพนักงานไอทีวี ทีวีเสรี(ไม่มีอีกแล้ว)

แสดงความคิดเห็นทีวีสาธารณะ

•พฤศจิกายน 9, 2008 • ให้ความเห็น

Model ทีวีสาธารณะ

•พฤศจิกายน 8, 2008 • ให้ความเห็น

 

bbc1 

The British Broadcasting Corporation(BBC)

 

 

สถานีโทรทัศน์บีบีซี ถือกำเนิดขึ้นในปี 1932 มีช่องรายการที่นำเสนอรายการโทรทัศน์ทุกประเภททั้งสาระข่าวสาร การศึกษาและบันเทิง โดยรายการส่วนใหญ่ผลิตเอง มีความอิสระในการนำเสนอเนื้อหารายการ แต่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหารซึ่งเพิ่งเปลี่ยนมาเป็น The trust of BBC เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2007 ที่ผ่านมา โดยมีหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหารายการต่างๆ และต้องทำรายงานประจำปีเพื่อนำเสนอรัฐสภา เงินสนับสนุนการดำเนินงานเกือบทั้งหมดมาจากการเก็บค่าธรรมเนียมการรับชม บีบีซีไม่ได้มีความหมายแค่สถานีโทรทัศน์และวิทยุข่าวเท่านั้น ภายใต้คำขวัญ “Nation shall speak peace unto Nation” บีบีซี คือสถาบันทางวัฒนธรรม ที่มีหน้าที่อนุรักษ์มรดกของชาติให้การศึกษา บันเทิงและกีฬา

 

pbs_logo 

The Public Broadcasting Service (PBS)

สถานีโทรทัศน์พีบีเอส แห่งสหรัฐอเมริกา จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 1969 มีสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์สาธารณะ 354 สถานี มีรูปแบบการบริหารงานแบบองค์กรเอกชน โดยมีคณะกรรมการ(PBS Board of Directors) ซึ่งเป็นตัวแทนของมลรัฐต่างๆ และเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบงานด้านต่างๆ รายการของทางสถานีจะรับซื้อจากผู้ผลิตทั้งแบบประจำและผู้ผลิตอิสระ การตรวจสอบการทำงานใช้วิธีให้สำนักงานผู้ตรวจการ เป็นผู้กำกับดูแลการทำงานของด้านต่างๆ เช่น การจัดหาเงินทุน เนื้อหารายการ     

การดำเนินงานตาม พ.ร.บ.สื่อสาธารณะ รายรับสถานีมาจากการขายรายการ การสมัครสมาชิก เงินอุดหนุนจากรัฐบาลและการดำเนินธุรกิจ นอกเหนือจากนั้นพีบีเอสยังจัดตั้งมูลนิธิเมื่อปี 2004 เพื่อรับบริจาคเงินมาใช้ในการดำเนินการในสถานีอีกด้วย

เนื้อหารายการของสถานีโทรทัศน์พีบีเอส มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนอเมริกันด้วยรายการคุณภาพ และบริการด้านการศึกษา สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างความเบิกบานใจ

 

nhk_logo11

 

Nippon Hoso Kyokai (NHK)

สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้การดำเนินการของ Japan Broadcasting Corporation มีสำนักงานอยู่ในย่านชิบูญ่า กรุงโตเกียว โดยเริ่มก่อตั้งเป็นสถานีวิทยุในปี 1925 ตามแนวทางของบีบีซี อังกฤษ ต่อมาปี 1953 จึงได้ดำเนินการออกอากาศสถานีโทรทัศน์ ด้วยความมุ่งหมายนำเสนอรายการที่มีคุณภาพและความถูกต้อง รวมทั้งข้อมูลและข่าวสารที่เป็นกลางเพื่อยกระดับวัฒนธรรม ความผาสุกและเสริมสร้างประชาธิปไตย เอ็นเอชเคผลิตรายการด้วยตัวเองมีรายรับจากการเก็บค่าธรรมเนียมในการรับชมทั้งหมด นอกจากในประเทศญี่ปุ่นแล้ว เอ็นเอชเคยังกระจายภาพและเสียงไปยังภูมิภาคต่างๆ 22 ภาษา มีเครือข่าย 54 สถานี และผู้สื่อข่าวประจำอยู่ 29 ภูมิภาคทั่วโลก

 

 

 

cbc-logo7

Canadian Broadcasting Corporation (CBC)

ซีบีซี แคนาดาก่อตั้งขึ้นในปี 1936 เพื่อลดอิทธิพลของวิทยุกระจายเสียงของสหรัฐอเมริกาที่ครอบคลุมข้ามแดนไปยังประเทศแคนาดา โดยออกอากาศครั้งแรกเป็นภาษาฝรั่งเศส ส่วนโทรทัศน์นั้นเริ่มกระจายภาพและเสียงในปี 1952 วัตถุประสงค์ของสถานีมีไว้เพื่อให้บริการโทรทัศน์และวิทยุที่หลากหลายมุ่งให้ข้อมูล ความรู้และความบันเทิง

รายการของสถานีผลิตเองส่วนใหญ่ มีเนื้อหาเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน รวมถึงดนตรีและวัฒนธรรม

ซีบีซีมีนโยบายรับผิดชอบต่อชาวแคนาดาทุกคน โดยต้องนำเสนอรายการประจำปีผ่านรัฐสภาและมี The Office of the Ombudsman ในฐานะผู้ตรวจการทำหน้าที่รับข้อร้องเรียนต่างๆขึ้นตรงกับประธานาธิบดี รายรับเกินครึ่งมาจากรัฐสภา นอกนั้นเป็นรายรับจากโฆษณาและจากแหล่งอื่นๆ

 

 

 

abc-logo9

Australian Broadcasting Corporation (ABC)

เอบีซี ออสเตรเลีย ให้บริการโทรทัศน์สาธารณะในปี 1956 ออกอากาศ 2 ช่องครอบคลุมทวีปออสเตรเลีย และอีก 1 ช่องเป็นโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้ชื่อ Australia Network ในปัจจุบัน

กลไกของเอบีซีออสเตรเลียเป็นองค์กรสาธารณะที่ไม่แสวงหากำไร มุ่งนำเสนอรายการที่สร้างคุณค่าและบูรณาการวัฒนธรรมของประเทศ โดยการนำเสนอรายการหลากหลาย ภายใต้ความเป็นอิสระ เน้นความแตกต่างและมีความน่าสนใจ ทั้งการให้ข้อมูลข่าวสาร และความบันเทิง

 

 

 

ทีวีเสรี VS ทีวีสาธารณะ

•พฤศจิกายน 8, 2008 • ให้ความเห็น

tpbd_interview

ทีวีเสรี  กับ ทีวีสาธารณะ

ทีวีในประเทศประชาธิปไตยนั้น ถือหลักเสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นสำคัญ ทีวีจึงเป็น เสรี  และที่ว่าเสรีนั้น หมายความว่า เป็นอิสระจากการแทรกแซงของอำนาจต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจรัฐ สถานีโทรทัศน์ดำเนินกิจการโดยวิจารณญาณของตนเองโดยเสรี มีการแข่งขันกันโดยเสรี

ในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ซึ่งทีวีเป็นเสรี มีการดำเนินกิจการใน 2 รูปแบบ

F      รูปแบบที่หนึ่ง คือ แบบธุรกิจ แสวงหากำไร เป็นทีวีของเอกชน

F      รูปแบบที่สอง คือ แบบไม่เป็นธุรกิจ ไม่แสวงหากำไร เป็นทีวีสาธารณะ

ในประเทศสหรัฐอเมริกาในระยะแรกนับตั้งแต่มีทีวี เมื่อ ค.ศ.1939 จึงเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาดำเนินกิจการทีวีในรูปของธุรกิจ โดยมีเอกชนเป็นเจ้าของ มีการโฆษณาสินค้า เพื่อเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของทีวี มีเครือข่ายทีวี (Network) ของเอกชนดำเนินการอยู่ 3 เครือข่าย คือ ABC (American Broadcastion company) CBS (columbia Broadcastion System)  และ NBC (National Broadcasting Company)

abc-logo

large_nbc_logo   cbs60s

เครือข่ายทีวีเอกชนทั้ง 3  ได้ทำการออกอากาศรายการต่างๆ ทั้งข่าวสาร, กีฬา และความบันเทิง จนถึงปลายศตวรรษที่ 20 ก็เริ่มเกิดความรู้สึกกันโดยทั่วไปว่า เครือข่ายทั้ง 3 เสนอรายการที่เป็นบันเทิงมากเกินไป จนกระทั่งเนื้อหาด้านความรู้ ศิลปะ และรายการสำหรับเด็กๆ มีอยู่น้อยเต็มที จึงได้มีการจัดตั้งเครือข่าย PBS เพิ่มขึ้น (Public Broadcasting Service) เป็นทีวีสาธารณะ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านความรู้ ศิลปะ และรายการเด็กที่มีจำนวนจำกัดในทีวีของเอกชน

pbs1

PBS ดำเนินกิจการโดยอาศัยเงินทุนอุดหนุนจากรัฐบาล แต่รัฐบาลไม่ได้เข้ามาแทรกแซงการดำเนินงานของ PBS แต่อย่างใด

 

bbc-logo

ในประเทศอังกฤษเหตุการณ์กลับตรงกันข้าม กล่าวคือ ทีวีในอังกฤษเริ่มต้นจากทีวีสาธารณะก่อน ซึ่งดำเนินการโดยบรรษัทการกระจายเสียงแห่งอังกฤษ (British Broadcasting Corporation) หรือ BBC ตั้งแต่ปี ค.ศ.1936 การดำเนินกิจการของ BBC ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตมีเครื่องรับ (licensing fees) ของเจ้าของเครื่องรับโทรทัศน์เป็นสำคัญ รัฐบาลไม่ได้เป็นเจ้าของและไม่ได้ควบคุมการดำเนินงานของ BBC BBC บริหารโดยคณะกรรมการที่เรียกว่า Board of Governors ซึ่งแต่งตั้งโดยพระบรมราชินีนาถแห่งอังกฤษ

โทรทัศน์ BBC มี 2 สถานี คือ BBC ONE และ BBC TWO

สถานี BBC ONE เสนอรายการสาระบันเทิง สำหรับคนทั่วไป เช่น รายการเด็ก ข่าว กีฬา และภาพยนตร์

สถานี BBC TWO เสนอรายการสำหรับผู้ชมเฉพาะกลุ่ม เช่น รายการของมหาวิทยาลัยเปิด รายการกีฬาที่เป็นที่นิยมเฉพาะกลุ่ม รายการเพลงคลาสสิค และรายการเพื่อการเกษตร

เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ชมเปลี่ยนรุ่นไป ประชาชนเกิดความรู้สึกว่ารายการของ BBC จำเจ น่าเบื่อหน่าย และมีรสนิยมสูงเกินไป ประชาชนต้องการการนำเสนอรายการในลักษณะอื่นบ้าง มีความหลากหลายและไม่ยึดติดกับศิลปะ วัฒนธรรม และรสนิยมสูงเกินไป

รัฐบาลจึงได้อนุมัติให้จัดตั้งการโทรทัศน์เสรี (Independent Television Authority) หรือ ITA ขึ้น เมื่อปี ค.ศ.1954 เปิดโอกาสให้มีโทรทัศน์ธุรกิจดำเนินกิจการโดยเอกชน แสวงหากำไร มีการโฆษณาสินค้า เพื่อเป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจากทีวีสาธารณะ BBC

ปัจจุบันทีวีธุรกิจของเอกชนมี 3 สถานี คือ สถานี ITV สถานี Channel 4 และสถานี Five

itv_channel_4_bbc_worldwide

ทีวีของสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ จึงเป็นการผสมระหว่างทีวีเอกชนซึ่งเป็นทีวีธุรกิจกับทีวีสาธารณะ คนดูจึงมีเสรีภาพในการเลือก ว่าจะดูรายการประเภทใด จะดูทีวีเอกชนหรือดูทีวีสาธารณะ ทั้งทีวีเอกชนและทีวีสาธารณะ ต่างยึดหลักเสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นหลัก นั่นคือดำเนินกิจการโดยเสรี ปราศจากการแทรกแซงจากอำนาจ  และอิทธิพลต่างๆ ทั้งรัฐบาลและองค์กรอื่นๆ

หันกลับมาดูทีวีเมืองไทย หากเราจะจัดรูปแบบของทีวีเมืองไทย ก็คงจัดได้ 2 รูปแบบ เช่นเดียวกับทีวีของอังกฤษ และทีวีของสหรัฐอเมริกา รูปแบบแรก คือ ทีวีธุรกิจ แสวงหากำไร มีโฆษณาสินค้า ได้แก่ ช่อง 3 , ช่อง 7, ช่อง 5 , ช่อง 9 และ NBT  ส่วนรูปแบบที่สอง คือ ทีวีสาธารณะ ได้แก่ ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ ที่เพิ่งเกิดใหม่เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 51 ที่ผ่านมา

ทีวีสาธารณะของชาวโลก…

•พฤศจิกายน 5, 2008 • ให้ความเห็น

 

image9

 

nhk_logo10

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

The Public Broadcasting Service (PBS)                                 Nippon Hoso Kyokai (NHK)

 

 

 

 

logo-bbc                      

 The British Broadcasting Corporation(BBC)

abc-logo5

 cbc-logo5

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Australian Broadcasting Corporation (ABC) 

                                  Canadian Broadcasting Corporation (CBC)

 

ทิศทางทีวีสาธารณะไทย

•พฤศจิกายน 4, 2008 • ให้ความเห็น

t042288m

 

 

 

 

การเกิดขึ้นของ ทีวีสาธารณะหรือองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (TPBS – Thai Public Broadcasting Service) ทำให้เราเห็นเค้าลางของสถานีโทรทัศน์ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยเป็นพื้นที่สำหรับคนทุกกลุ่มในสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมคิด ร่วมสร้างรายการอันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม

              

    

               หากพิจารณาตามวัตถุประสงค์เบื้องต้นแล้ว คงเป็นโจทย์ที่ยากพอสมควรสำหรับการเริ่มต้นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ขอเสนอแง่มุมบางประการ เพื่อทำให้ทีวีสาธารณะแห่งใหม่นี้เป็นทีวีสาธารณะเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ดังนี้

               มิติการบริหารสถานี…ทีวีสาธารณะมีรายได้ปีละไม่เกิน 2,000 ล้านบาทดังนั้นคณะกรรมการนโยบายและคณะกรรมการบริหาร ต้องประชุมและบริหารเงินดังกล่าวในเรื่องต่าง ๆ ตั้งแต่ ค่าจ้างพนักงาน ค่าใช้จ่ายในสถานี ค่าจ้างทำรายการอิสระ ค่าซื้อรายการ การพัฒนาเทคโนโลยีและเครือข่าย ฯลฯ อย่างดีเลิศ

                มิติรายการ…ผังรายการต้องครอบคลุมในเนื้อหาของข่าวสาร การศึกษา ศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี ปกิณกะ ฯลฯ มีการประเมินรูปแบบรายการให้เกิดความเหมาะสมกับผู้ชมรายการ โดยจัดทำเป็นตารางเมทริกซ์ (matrix) คือ น้ำหนักเวลา รูปแบบรายการ และฐานผู้ชม โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุด (prime time) ก็ควรเป็นรายการที่มีสาระและประโยชน์ที่ให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้างมากที่สุด

               ขณะเดียวกัน ควรเปิดพื้นที่รายการสำหรับผู้ชมเฉพาะกลุ่มหรือผู้ไม่มีอำนาจต่อรองในสังคม เช่น คนพิการ เด็กเยาวชน ผู้สูงวัย ชาวเขา ศาสนิกชนต่าง ๆ ฯลฯ เพื่อเป็นช่องทางเลือกหรือทางออกของกลุ่มต่าง ๆ ในการรับชมและเผยแพร่รายการที่เฉพาะเจาะจง ฉะนั้น ต้องประเมินว่าควรมีรายการประเภทใดในผังรายการ โดยมีสัดส่วนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าใด เพื่อให้เกิดสมดุลแก่ทุกภาคส่วนในสังคม

               ไม่เพียงเท่านั้น ควรจะมีรายการที่ดลจิตดลใจผู้ชมที่ชมรายการแล้วอยากจะออกไปทำประโยชน์แก่สาธารณะหรือสังคมในวงกว้าง ก็จะทำให้ทีวีสาธารณะช่องนี้กระตุ้นให้ผู้คนในสังคมเกิดความตื่นตัว ไม่นิ่งเฉยแต่ร่วมกันออกมาทำเพื่อประโยชน์เพื่อสาธารณะซึ่งจะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เอื้ออาทร ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง  

               มิติการประเมินผู้ผลิตและรายการ…รายการประเภทต่าง ๆ จะมีผู้ผลิตรายการอิสระต่าง ๆ เสนองานมายัง TPBS อย่างมากมาย ดังนั้น ส่วนหนึ่งคงต้องคัดเลือกจากคุณภาพและผลงานที่ผ่านมาของผู้ผลิตอิสระ ภายใต้การแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมเพื่อป้องกันการผูกขาดจากบางองค์กร

               ขณะเดียวกัน ควรจะเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตอิสระที่ยังไม่มีประสบการณ์หรือผลงานมากนักแต่คงต้องคัดเลือกที่มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับหนึ่ง เพื่อที่จะเป็นเวทีในการส่งเสริมผู้ผลิตอิสระรายการใหม่ที่มีจินตนาการในการผลิตงานเพื่อสังคม   

               อย่างไรก็ตาม ผังและรูปแบบของรายการจะต้องมีการประเมินในทุกครั้งที่มีการออกอากาศ ตั้งแต่ เนื้อหาของรายการ สาระประโยชน์ และความสนุกสนาน จากคณะกรรมการและจากสภาผู้ชมและผู้รับฟังรายการซึ่งเป็นเสียงสะท้อนที่ดีที่สุด ซึ่งจะทำให้เกิดการปรับปรุงนำมาซึ่งรายการที่มีคุณภาพสาระและความบันเทิง             

                มิติการมีส่วนร่วม…การมีส่วนร่วมถือเป็นหลักสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น สภาผู้ชมและผู้รับฟังรายการ (มาตรา 45) ซึ่งมาจากตัวแทนของประชาชนในภูมิภาคและกลุ่มต่าง ๆ ที่หลากหลาย จำนวนไม่เกิน 50 คน จะเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นเสียงสะท้อนของประชาชนไปยังคณะกรรมการบริหารว่าคิดเห็นอย่างไรหรือมีข้อเสนอแนะต่อการดำเนินการของทีวีสาธารณะ  

               การสังเกตการณ์รายการของสภาผู้ชมและผู้รับฟังรายการ อาจจะแบ่งสันปันส่วนให้เฝ้าติดตามรายการที่เฉพาะเจาะจง เฉพาะประเภท ตามกลุ่มตัวแทนของตน ซึ่งจะได้ให้คำแนะนำที่เป็นรูปธรรมอย่างตรงเป้าและชัดเจน

               อย่างไรก็ตาม TPBS ต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่สภาผู้ชมและผู้รับฟังรายการ สามารถสื่อสารโดยตรงในเรื่องของการติชม เสนอแนะ ปรับปรุง และเปิดให้มีการพบปะแลกเปลี่ยนกับคณะกรรมการฯ รวมถึงเปิดช่องทางให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสาธารณะสามารถบริจาคเงินแก่องค์การฯ เพื่อทำให้ทีวีสาธารณะช่องนี้เป็นทีวีสาธารณะที่มีประชาชนเป็นเจ้าของ มีส่วนร่วม และตอบสนอง      

 

 

รำลึกทีวีเสรี(ไอทีวี)

•พฤศจิกายน 1, 2008 • ให้ความเห็น

ลำดับเหตุการณ์ อวสานทีวีเสรี

•ตุลาคม 30, 2008 • ให้ความเห็น

ลำดับเหตุการณ์…อวสาน ‘ไอทีวี’ ทีวีเสรี

          ภายหลังเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ 17-20 พ.ค. 2535 ที่สื่อมวลชนถูกเคลือบแคลงสงสัยว่า รายงานข้อเท็จจริงความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง “สถานีโทรทัศน์เสรี” คือเสียงเรียกร้องจากประชาชนทุกภาคส่วนในห้วงเวลาดังกล่าว เพื่อเป็นสถานีข่าวที่มีสัดส่วน เนื้อหาสาระไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 บันเทิงร้อยละ 30 ต่อมา บริษัท สยามอินโฟเทน เมนท์ จำกัด ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2538 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นและชำระแล้ว 250 ล้านบาท และมีการเพิ่มทุนเป็น 1,000 ล้านบาท ในปีเดียวกัน ต่อมาในปี 2541 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหา ชน) ประกอบธุรกิจสถานีโทรทัศน์ระบบ ยูเอช เอฟ แห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “สถานีโทรทัศน์ไอทีวี” 
 
          โดยบริษัทฯ ได้รับสัมปทานจาก สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ให้เป็นผู้ดำเนินการบริหารสถานีเป็นระยะเวลา 30 ปี สิ้นสุดวันที่ 3 ก.ค. 2568 โดยบริษัท ฯ มีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการที่สำคัญดังนี้ ในปี 2538 กลุ่ม บริษัท สยามทีวีแอนด์คอมมิว   นิเคชั่นส์ จำกัด นำโดย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้รับอนุมัติ ให้เป็นผู้ดำเนินงานโครงการโทรทัศน์ช่องใหม่ระบบยูเอชเอฟ จากสำนักงาน ฯ โดยได้ก่อตั้ง บริษัท สยามอินโฟเทนเมนท์ จำกัด เพื่อลงนามในสัญญาสัมปทานเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2538 
  
          ปี 2539 บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์ และ ได้เริ่มออกอากาศอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2539 ต่อมา ในปี 2540  บริษัทฯ มีสถานีส่งรวมทั้งสิ้น 36 สถานี สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ของประเทศไทยเพียงบางจังหวัด นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้แปร สภาพเป็นบริษัทมหาชน ตามที่กำหนด ในสัญญาสัมปทาน และได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2541 โดยบริษัทฯ ได้ติดตั้งสถานีส่งบนอาคารใบหยก 2 มีขนาดกำลังส่ง ออกอากาศ 1,000 กิโลวัตต์ สามารถให้บริการในรัศมีประมาณ 100 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดในภาคกลาง จากนั้น บมจ.ไอทีวี ได้นำเสนอข่าวบนจุดยืน “ทีวีเสรี” นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเพื่อประชาชนเรื่อยมา

          ต่อมา บมจ.ไอทีวี เข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2544 มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทฯ โดย กลุ่มชินคอร์ป ได้ตกลงซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ จากธนาคารฯ จำนวน 106,250,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 10.6573 บาท รวมทั้งได้ดำเนินการเสนอ ซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ จากผู้ถือหุ้นรายอื่นในราคาเดียวกัน เป็นผลให้ชินคอร์ปเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ระหว่างนั้น คลื่นใต้น้ำภายในสถานีโทรทัศน์ไอทีวีเริ่มก่อตัวขึ้น เมื่อมีนักข่าวกลุ่มหนึ่งราว 23 คน ออกมาแสดงจุดยืน ต่อต้านการเข้าแทรกแซงการนำเสนอของฝ่ายบริหาร ทำให้นักข่าวกลุ่มดังกล่าวถูกเลิกจ้างและเป็นที่มาของ “23 กบฏไอทีวี”
 
          ต่อมาวันที่ 13 มี.ค. 2545 บริษัทฯ ได้เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2546 เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของธุรกิจ พร้อมย้ายไปยังที่ทำการใหม่ เลขที่ 1010 อาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 พร้อมกันนี้ ได้ปรับเปลี่ยนผังรายการใหม่ ภายใต้ Concept “Speed & Spice” ทางด้านรายการข่าว ที่เน้นความลึก เข้มข้น ถูกต้อง และเป็นธรรม ส่วนรายการบันเทิง มีพลังแห่งสีสัน ความหลากหลาย เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ตรงใจผู้ชมทุกรุ่น ต่อมาในเดือน ธ.ค. 2546 คณะกรรมการบริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทเป็น 7,800 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่ 300 ล้านหุ้น เป็นเงิน 1,500 ล้านบาท   
 
          ต่อมาวันที่ 30 ม.ค. 2547 คณะอนุญาโตตุลาการได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดตามข้อพิพาทกรณี มีสาระสำคัญดังนี้ ให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ชดเชยความเสียหายโดยชำระเงินให้แก่บริษัทฯ จำนวน 20 ล้านบาท ให้ปรับลดผลประโยชน์ตอบแทนตามสัญญาเข้าร่วมงานฯ ข้อ 5 วรรคหนึ่ง ในส่วนจำนวนเงินรับประกันผลประโยชน์ขั้นต่ำ ให้ปรับลดจากเดิมลงเหลือปีละ 230 ล้านบาท โดยไม่ต้องชำระขั้นต่ำส่วนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี และปรับลดผลประโยชน์ตอบแทน เป็นอัตราร้อยละจากเดิมลงเหลือ อัตราร้อยละ 6.5 ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย และภาษีใด ๆ โดยเปรียบเทียบ ระหว่างจำนวนเงินที่คำนวณได้ ตามอัตราร้อยละ 6.5 ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายและภาษีใด ๆ กับเงินประกัน ผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ ปีละ 230 ล้านบาท จำนวนใดมากกว่าให้ชำระตามจำนวนที่มากกว่านั้น ทั้งนี้ นับแต่วันที่ 3 ก.ค. 2545 เป็นต้นไป
 
          ให้สปน. คืนผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำที่บริษัทได้ชำระ โดยมีเงื่อนไขระหว่างพิจารณาข้อพิพาทนี้เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2546 จำนวน 800 ล้านบาท โดยคืนให้แก่บริษัทฯ จำนวน 570 ล้านบาท ให้บริษัทฯ สามารถออกอากาศช่วงเวลา Prime Time คือช่วงเวลาระหว่าง 19.00-21.30 น. ได้โดยไม่ต้องถูกจำกัด เฉพาะรายการข่าว สารคดี และสารประโยชน์ แต่ต้องเสนอรายการข่าว สารคดี และสารประโยชน์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของเวลาออกอากาศทั้งหมด ทั้งนี้ภายใต้ข้อบังคับของกฎระเบียบที่ทางราชการออกใช้บังคับแก่สถานีวิทยุโทรทัศน์โดยทั่วไป แต่ภายหลัง ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดดังกล่าว ทำให้ บมจ.ไอทีวี ต้องจ่ายค่าปรับย้อนหลังเป็นเงินมหาศาล 

 

 
          กระทั่งในวันที่ 6 มี.ค. ครม.ได้มีมติเห็นชอบให้ บมจ.ไอทีวี หยุดออกอากาศเป็นการชั่วคราว หลังจากทางบริษัทฯ ไม่สามารถหาเงินจ่ายค่าปรับกว่า 1 แสนล้านบาทมาชำระได้ นับเป็นเวลา 10 ปีเต็ม ที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวีออกอากาศเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย
 
          อนึ่ง สถานีโทรทัศน์ไอทีวีมีสถานีเครือข่ายทั้งสิ้น 50 สถานี ซึ่งนับว่าเป็นสถานีโทรทัศน์ที่มีเครือข่ายมากที่สุดในบรรดาสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ครอบคลุมประชากรที่สามารถรับชมได้ ประมาณร้อยละ 98 ของประชากรทั้งหมดในประเทศไทย

ทีวีสาธารณะเป็นอย่างไร?

•ตุลาคม 30, 2008 • ให้ความเห็น

tpbs_report4

“..ทีวีสาธารณะ..”

สื่อสาธารณะ 

Public Service Broadcasting (PBS) หรือทีวีสาธารณะ มีปรัชญาและแนวทางในการดำเนินการที่ยึดหลักประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศเป็น พลเมือง สื่อมีฐานะเป็นพื้นที่สาธารณะ และมีเป้าหมายให้เกิดประโยชน์แก่สาธารณะอย่างแท้จริง

แตกต่างจากทีวีในเชิงพาณิชย์ตรงที่ประชาชนมีฐานะเป็นเพียงผู้บริโภค เป้าหมายในการดำเนินงานคือเพื่อหาผลกำไรสูงสุด

จากปรัชญาและแนวคิดดังกล่าว สถานีโทรทัศน์สาธารณะจึงควรมีลักษณะดังนี้

1. มีความเป็นอิสระในการดำเนินงาน โดยมีหลักประกันทางกฎหมายที่ป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง และให้ความมั่นคงทางการเงิน ควบคู่ไปกับการห้ามโฆษณา เพื่อให้ปลอดจากการถูกแทรกแซงจากกลุ่มทุน

2. ผลิตรายการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะที่มีคุณภาพสูง เช่น รายการข่าว และรายการเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งให้ข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนรอบด้านในประเด็นที่มีความสำคัญต่อสาธารณะ รายการการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชน รายการที่ให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

3. ผลิตและเผยแพร่รายการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีข้อกำหนดด้านมาตรฐานของรายการ (programming standard) และจริยธรรมทางวิชาชีพ (code of conduct)

4. มีกลไกให้สังคมมีส่วนร่วม เช่น การสนับสนุนผู้จัดทำรายการโทรทัศน์และวิทยุอิสระ ทั้งผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนให้สามารถใช้ประโยชน์จากสื่อวิทยุและโทรทัศน์ในการสื่อสารเพื่อเรียนรู้ระหว่างกัน และมีกลไกสำรวจความพึงพอใจของประชาชนเป็นประจำ ตลอดจนมีกลไกที่ประชาชนสามารถให้คำแนะนำและข้อคิดเห็น ร้องเรียน และการตรวจสอบการดำเนินงานของสถานีโทรทัศน์สาธารณะได้โดยง่าย

รายได้ของทีวีสาธารณะมักจะมาจากงบประมาณของรัฐเสียเป็นส่วนใหญ่ นอกนั้นเป็นรายได้จากแหล่งอื่น เช่น เงินอุปถัมภ์ซึ่งอาจมาในรูปของการโฆษณาประชาสัมพันธ์องค์กร หรือที่เรียก คอร์ปอเรต แอด เงินบริจาคจากองค์กรที่สนับสนุนอุดมการณ์สื่อสาธารณะ เป็นต้น

ต้นแบบของทีวีสาธารณะที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือ สถานีโทรทัศน์บีบีซี หรือ British Broadcasting Corporation (BBC) ดำเนินการโดยบรรษัทการกระจายเสียงแห่งอังกฤษ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในค.ศ.1936

บีบีซีได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตมีเครื่องรับ (licensing fees) ของเจ้าของเครื่องรับโทรทัศน์เป็นสำคัญ โดยชาวอังกฤษที่เป็นผู้ชมรายการของ บีบีซีจะเป็นผู้จ่ายเงินค่าธรรมเนียมในกา รรับชมรายการ

รัฐบาลไม่ได้เป็นเจ้าของและไม่ได้ควบคุมการดำเนินงานของบีบีซี แต่จะมีคณะกรรมการที่เรียกว่า Board of Governors ซึ่งแต่งตั้งโดยพระบรมราชินีนาถแห่งอังกฤษทำหน้าที่บริหารงาน

นอกจากนี้ ในสหรัฐอเมริกาก็มีสถานีโทรทัศน์ PBS เป็นทีวีสาธารณะเช่นกัน ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นมีสถานีโทรทัศน์ NHK เป็นทีวีสาธารณะ

ในส่วนของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี หรือไอทีวีเดิม คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 24 เมษายน ให้ทีไอทีวีเป็นสื่อสาธารณะ โดยมีคณะทำงานกำหนดรูปแบบโครงสร้างการบริหารงาน ที่มาของรายได้อย่างชัดเจน

และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแลรายการเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

หากพบว่ารายการใดมีการโน้มเอียง หรือมีการสั่งให้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ก็มีการกำหนดโทษอาญาไว้ด้วย

ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ทีไอทีวี จะเป็น ทีวีสาธารณะ ที่แท้จริงหรือไม่…?

ก้าวแรกทีวีสาธารณะ

•ตุลาคม 26, 2008 • ให้ความเห็น